นิติศาสตร์ จัดเสวนาโต๊ะกลมครั้งที่ 6 เรื่อง ‘ลูกเทพ’ สิทธิและศรัทธา

 

              มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) โดยสำนักวิชานิติศาสตร์ จัดโต๊ะกลมเสวนา ครั้งที่ 6 เสวนาในประเด็นกระแสตุ๊กตาลูกเทพ สิทธิ ศรัทธา และมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเสวนาจากสาขาวิชาที่หลากหลายรอบด้าน โดยมีนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟัง โดยได้ตั้งประเด็นสำหรับการเสวนาไว้ดังนี้ ความเป็นมาและมุมมองในแง่ธุรกิจความเชื่อในสังคมไทย โดยอาจารย์ณัชญากัญจน์ รัตนวรกานต์ อาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี, การเลี้ยงตุ๊กตาเทพในมุมมองทางศาสนา โดยอาจารย์ติณเมธ วงศ์ใหญ่ อาจารย์ประจำสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, มุมมองทางจิตวิทยากับกรณีผู้เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพ โดย อาจารย์สิทธิชัย ทองวร อาจารย์ประจำสำนักวิชาศิลปศาสตร์, กระแสตุ๊กตาลูกเทพกับการปรับตัวของภาคธุรกิจและกฏหมายที่เกี่ยวข้อง โดยอาจารย์กมลนัยน์ ชนประทิน อาจารย์ประจำสำนักวิชานิติศาสตร์ และมีอาจารย์นุรัตน์ ปวนคำมา และอาจารย์เนติพงษ์ หล่าวเจริญ อาจารย์ประจำสำนักนิติศาสตร์ ดำเนินรายการ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16.00 – 18.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักวิชานิติศาสตร์

               สำหรับประเด็นแรกที่ได้พูดถึงในวงเสวนานั้น เป็นส่วนของพื้นฐานความเชื่อของไทยที่นับถือผีมาก่อนจะได้รับอิทธิพลศาสนาใดๆเข้ามา และแม้หลังรับอิทธิพลเรื่องศาสนาจากภายนอกเข้ามาแล้ว การนับถือผียังฝังรากมาอย่างที่ปรากฏให้เห็นในปรากฎการณ์ต่างๆ ในสังคม มีการใช้ตุ๊กตาในฐานะวัตถุมงคลมาตั้งแต่ในอดีต จากทำขึ้นเพื่อแจกจ่ายแม่ค้าที่มีความหวังให้ช่วยให้การค้าขายดี เรียกกันว่าตุ๊กตาทอง ซึ่งแพร่หลายในภาคกลาง ในยุคต่อมามีกุมารทอง และตุ๊กตาลูกเทพในปัจจุบัน ซึ่งในวงเสวนาได้สรุปว่าความเชื่อยังมีอยู่อย่างเดิม ที่เปลี่ยนไปคือแพ็คเก็จ ที่มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้นปรับตัวเพื่อดึงลูกค้า

              และในส่วนของมุมมองทางจิตวิทยา ตอบข้อสงสัยของหลายคนว่าการเลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพเข้าข่ายมีความเจ็บป่วยทางจิตหรือไม่นั้นว่า หากการกระทำนั้นมีผลกระทบให้ไม่สามารถทำหน้าที่ในชีวิตประจำวันได้หรือรบกวนคนอื่นหรือตัวเอง ทำให้สิทธิและเสรีภาพสูญเสีย หรือไม่ ซึ่งคนที่เลี้ยงตุ๊กตาลูกเทพไม่เข้าข่ายดังกล่าว ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าไม่เข้าข่ายว่ามีความผิดปกติ แต่ในมุมจิตวิทยาก็อธิบายถึงการที่คนเรายึดเอาสิ่งของมาเป็นที่พึ่งทางจิตใจ ไม่ว่าจะในรูปของจตุคามหรือกุมารทองนั้นมีจุดเริ่มต้นจากความขาดของคน สิ่งที่คนเราขาดมากๆ คือความมั่นคงปลอดภัยทางความรู้สึก เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ คนเรามักจะพยายามถ่ายโอนการมีอำนาจไปสู่สิ่งอื่นๆ เช่น เวลาที่เครื่องบินตกหลุมอากาศ เราควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ คนส่วนใหญ่จึงมักจะเริ่มอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากบางอย่าง เช่น สิ่งศักดิ์สิทธิ เป็นต้น และคนเรามีแนวโน้มที่จะทำให้สิ่งต่างๆที่ไม่มีชีวิต เป็นสิ่งมีชีวิตขึ้นมา เพื่อทำให้รู้สึกว่ามีอำนาจ เนื่องจากต้องการควบคุม หรือใช้แทนเพื่อน

                  และที่สำคัญวงเสวนาได้พูดถึงประเด็นที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการปรับตัวของภาคธุรกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีภาคธุรกิจ ไม่ว่าสายการบินหรือธุรกิจร้านอาหารกระโดดเข้ามาทำการตลาดกับกระแสลูกเทพ เช่น การออกหลักปฏิบัติต่อตุ๊กตาลูกเทพของบางสายการบิน ไปจนถึงร้านอาหารบางแห่ง และไม่เพียงเท่านั้น ยังมีอีกหลายธุรกิจขยับตัวมาจับกระแสนี้เพื่อทำการตลาด มีการรับสอนพิเศษให้ลูกเทพหรือการเสริมความงาม ซึ่งกระแสลูกเทพนั้นเป็นความเชื่อ ซึ่งไม่ใช่ความเชื่อเดียวในสังคมไทย ในขณะที่กฎหมายไทยก็ยังไม่สามารถเอื้อมถึงหรือมีความชัดเจนกับโจทย์คลาสสิกนี้ของสังคมไทย วงเสวนายกตัวอย่าง กฎหมายให้เสรีภาพเกี่ยวกับความเชื่อ ทว่าสังคมไทยไม่ได้มีเฉพาะลูกเทพ เพราะแม้แต่ แชร์ลูกโซ่ ก็เป็นความเชื่อ ที่กฎหมายห้ามไม่ได้ จนกว่าจะมีการฉ้อโกง กฎหมายควบคุมความงมงายไม่ได้ แต่ควบคุมความเสียหายจากความงมงายได้

 
จำนวนครั้งที่เปิดข่าวนี้   449  ครั้ง
ที่มา : ส่วนประชาสัมพันธ์  เมื่อวันที่ : 2 มี.ค. 2559 16:15:42
 
 

333 หมู่ 1 ต.ท่าสุด อ.เมือง จ. เชียงราย 57100
โทรศัพท์ 0-5391-6000, 0-5391-7034 โทรสาร 0-5391-6034, 0-5391-7049
สำนักงานมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2679-0038-9 โทรสาร 0-2679-0038